เสน่ห์ของผักออร์แกนิค オーガニック野菜の魅力

 

เมื่อฤดูร้อนมาถึง คนญี่ปุ่นจะออกไปทานบาร์บีคิวนอกบ้าน เพราะในประเทศญี่ปุ่นจะหนาวนานครึ่งปี ซึ่งไม่สามารถทำบาร์บีคิวได้ ในฤดูร้อนคนญี่ปุ่นจึงชอบไปที่แม่น้ำ ภูเขาหรือทะเล และทำบาร์บีคิวทานกับครอบครัวหรือเพื่อนๆ ท่ามกลางธรรมชาติ

 

ทำอาหารโดยใช้ผักออร์แกนิค

 

ที่เชียงใหม่ก็มีสถานที่ สำหรับทานบาร์บีคิวเยอะมากและเราหาผักหรือเนื้อสัตว์ที่อร่อยมากและรสชาติใกล้เคียงกับแบบฉบับของญี่ปุ่นได้ เลยเป็นเหตุผลหนึ่งที่มาอิรักเชียงใหม่ เมื่อครั้งที่แล้วมาอิได้ทำบาร์บีคิวทาน มาอิไปร้านที่เกษตรกรขายผักโดยตรง และมีโอกาสที่มาอิเห็นสวนของเกษตรกร ในสวนของเกษตรกรมีผักผลไม้สีเขียวชอุ่มเต็มไปหมด มาอิไม่เพียงแค่ดูสวนผักผลไม้แล้วคิดว่าสวยมากเท่านั้น มาอิยังคิดว่าการซื้ออาหารที่มีวัตถุดิบจากเกษตรกรโดยตรง ทำให้มาอิรู้สึกสบายใจมากอีกด้วย

 

ผักออร์แกนิคในห้างซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือตลาด

 

มาอิคิดว่าในประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมสำหรับการปลูกผักผลไม้ดีกว่าประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากประเทศไทยมีพื้นที่ใหญ่ ดวงอาทิตย์ส่องแสงตลอดทั้งปีและมีฝนตก ทำให้มีปริมาณน้ำเพียงพอสำหรับการเพาะปลูก ทำให้มีผักและผลไม้อร่อยๆมากมาย มาอิคิดว่าอาหารไทยอร่อย ทำให้ชาวต่างชาติอยากมาเที่ยวหรืออยู่ประเทศไทยมาก นอกจากการซื้อจากเกษตรกรโดยตรง ประเทศไทยยังมีตลาดและซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีผักสดอร่อย ในจังหวัดเชียงใหม่มาอิมักจะไปริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ตบ่อยๆ เพราะผักริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ตมีสติกเกอร์ที่แบ่งระดับของผัก เช่นผักใช้ยาเล็กน้อย ผักออร์แกนิคที่ยังไม่มีใบรับรอง หรือผักออร์แกนิคที่มีใบรับรองแล้ว เราสามารถเห็นได้อย่างรวดเร็วและชัดเจนมาก มาอิคิดว่าเป็นระบบที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะสำหรับชาวต่างชาติ นอกจากนี้มาอิเคยได้โอกาสที่จะคุยกับเกษตรกรเรื่องผักที่เขาปลูกมาขายที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมาอิไม่เคยเจอมาก่อนในญี่ปุ่น มาอิใช้ผักสดซื้อจากริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ตมาทำอาหารบ่อย ผักสดของเขาหวานอร่อยเท่ากับที่ญี่ปุ่นและมาอิรู้สึกว่าดีต่อสุขภาพของเรามาก จุดที่เราสามารถใช้ชีวิตในประเทศไทยเหมือนอยู่อาศัยที่ประเทศที่ตัวเองเกิดมา คือทำให้ชาวต่างชาติสบายใจและอยากหรือสามารถใช้ชีวิตที่นี่ได้

 

ผักออร์แกนิค

 

คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับผักออร์แกนิกมาก ในโรงเรียนประถมศึกษาในประเทศญี่ปุ่น มีโปรแกรมที่เรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชและผักเองเพื่อทราบรายละเอียดพืชหรือเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีปลูกผัก ใช้เวลานานเท่าไรหรือต้องการใช้แรงหนักมั้ย  นักเรียนจะรู้เองถึงความยากของการเกษตร แต่ในเวลาเดียวกันนักเรียนจะรู้สึกว่าการปลูกผักเองได้มีความสุข เมื่อเจอว่ารสชาติของสิ่งที่พวกเขาปลูกเองอร่อยกว่าปกติ และวันหลังตอนกินข้าวนักเรียนจะมีความรู้สึกขอบคุณเกษตรกรที่ทำให้พวกเขาได้กินผักผลไม้และอาหารอื่นๆ

 

ตอนมาอิอยู่ประถมศึกษา มาอิก็ได้เรียนเหมือนกัน เช่นปลูกดอกไม้และแจกผู้สูงอายุที่อยู่อาศัยคนเดียว ปลูกมะเขือเทศเล็ก แตงโม หรือไปที่นาข้าวที่ใกล้โรงเรียนและช่วยปลูกข้าวด้วย ประสบการณ์ที่มาอิชอบเป็นพิเศษคือช่วยกันปลูกมันญี่ปุ่นกับเพื่อนๆ ตอนแรกๆ เราไถดินและใส่ใบไม้แห้งทิ้งไว้หลายวันเพื่อเตรียมดิน ทำดินเสร็จแล้วก็ทำเส้นทางเดิน ทำสถานที่ปลูก และปลูกต้นกล้ามันญี่ปุ่น หลังจากนั้นมาอิกับเพื่อนๆสลับกันรดน้ำให้ต้นกล้ามันญี่ปุ่นทุกวันก่อนกลับบ้าน เราต้องดึงหญ้าออกด้วย ในสมุดบันทึกมาอิวาดรูป เขียนความยาว สี ความแตกต่างจากครั้งที่แล้วไว้  ใช้เวลาประมาณ 4-5 เดือนก็ได้ผลมันญี่ปุ่นจากดิน ใหญ่ประมาณ 20 เซนติเมตร

 

ผักออร์แกนิค

 

ในฤดูใบไม้ร่วงโรงเรียนประถมศึกษาของมาอิจัดงานปาร์ตี้หน้าตึกโรงเรียนทุกๆปี มีการอบมันญี่ปุ่นที่นักเรียนปลูกเองกินกัน  มาอิก็ได้อบมันญี่ปุ่นเหมือนกัน มาอิกับเพื่อนๆช่วยกันห่อมันญี่ปุ่นในหนังสือพิมพ์ที่เปียกด้วยน้ำและห่อกระดาษฟอยล์อลูมิเนียมด้วย มาอิกับเพื่อนๆช่วยกันทำกองไฟด้วยใบไม้แห้ง อบมันญี่ปุ่น และกินกับเพื่อนๆ แม้ว่าการอบมันญี่ปุ่นง่ายๆ แต่เรารู้สึกสนุกมากและอร่อยเป็นพิเศษ เราใช้เวลาหกเดือนในการเพาะปลูกมันญี่ปุ่นกิน แต่เราไม่รูสึกว่าเหนื่อย จากประสบการณ์นี้พวกเราได้เรียนรู้ว่าจำนวนคนที่ทำงานเยอะมากก่อนที่พวกเราจะกินอาหาร หลังจากนั้นมาอิทำอาหารหรือตักอาหารเท่าที่ตัวเองกินได้ และถ้าจะทำอาหารหรือตักอาหารแล้ว มาอิจะพยายามกินจนหมดเพราะเกษตรกรใช้เวลาและแรงในการปลูกพืชและผลไม้

 

ผักออร์แกนิคส่งตรงจากมือเกษตรกร

 

เมื่อมาอิรู้จักคุณค่าของผักสดออร์แกนิคที่มีประโยชน์และปลอดภัยแล้ว มาอิจึงอยากมาแบ่งปันเรื่องราวเล็กให้ทุกคนได้รู้สึกถึงเสน่ห์ของผักออร์แกนิคเหมือนมาอิค่ะ และหลังจากนี้ทีมกาดใหญ่จะพยายามช่วยเกษตรกรที่ปลูกพืชหรือผลไม้เองให้สามารถขายพืชผักหรือผลไม้ที่สดและอร่อยๆได้มากขึ้นเช่นกันค่ะ ให้ทุกคนได้ลองกินผักสดที่ดีเหมือนที่มาอิได้กินนะคะ

 

 

日本人は夏になるとバーベキューをしたくなります。川や山、海へ行って自然の中で家族や友人とゆっくりしながらバーベキューをします。私がチェンマイを大好きな理由は、チェンマイにもバーベキューをできる場所が沢山あることです。そして、日本と同じくらい美味しい野菜やお肉が揃います。前回私がタイでバーベキューをした際、私は農家の人が直接野菜を売っているお店に行きました。そこではたくさんの果物や野菜が土地いっぱいに青々となっていて、見ているだけで気持ちよくなりました。日本よりも広大な土地があるタイは、野菜を育てる環境も豊富です。太陽も1年中ギラギラしています。また、実際に育てている人から食べ物を購入することは安心感にもつながります。

 

チェンマイには美味しい野菜が揃う市場やスーパーもあります。特に私のお気に入りはリンピンスーパーマーケットで、オーガニック野菜やそれに相応の野菜、少しだけ薬を使っている野菜など一目でわかるようにシールで分けてあります。運がいいと品出しをしている作成者に会って直接話をすることもできます。そして、買ってきたお野菜でサラダや料理を作ることが多いのですが、どのお野菜も日本に負けないくらい甘くて美味しいです。タイにいながら日本のような食生活を送れることは、タイに滞在している多くの日本人や外国人の気持ちの安らぎとなっています。

 

日本の小学校では幼い時から自分で土を触って植物や野菜を作ることの楽しさや大変さ、自分が一生懸命育てたものの美味しさを学ぶために多くのプログラムがあります。

例えば、私が小学生の時は、お花を育てて一人暮らしのお年寄りにプレゼントしたり、プチトマトを育てて中身の解剖をしたり、さつまいやスイカを育てたり、近くの農家の方のところへお邪魔して苗を植えのお手伝い観察をしたりしました。
サツマイモの栽培では、みんなで畑を耕して肥料を加え土を作るところから始めました。授業の中で苗をみんなでうえ、毎日順番に当番のグループが学校から帰る前にお水をあげました。確か4−5ヶ月ほどかかったと思います。友達と協力してみんなで草を抜いたり、観察日記を書いたりしながら頑張って育てました。そして、秋になると20センチほどの大きなサツマイモが取れました。私が通っていた学校は毎年秋になると、サツマイモパーティをします。
学生が作ったサツマイモをアルミホイルで巻き、ドラム缶の中に入れた落ち葉とともに焚き火をして、サツマイモを焼いて友達とみんなで食べます。もちろん火をおこすのもサツマイモを洗うのも準備は自分たちで行います。特に手の込んだ料理をしたわけではありませんが、自分たちで時間をかけて大切に育てたサツマイモがとっても美味しくて、思い出に残っています。

 

私たちガートヤイは、たくさんの労力を使って大切に大切に作物を育てておられる農家の方のお手伝いをします。新鮮で安全な野菜や果物をたくさんの方に届ける市場システムを作る事で、農家の方の労働を軽減すると共に、更に美味しい作物を作ることに専念してもらえるようなお手伝いをと考えています。また、タイの方のみならず多くの外国人にもタイの美味しい作物を届けます。